นิทานหิ่งห้อย
Posted: December 3, 2011 Filed under: นิทาน | Tags: นิทาน, หิ่งห้อย Leave a comment »ได้ยินเรื่องราวกล่าวขานมานาน ว่าถ้าใครได้จับหิ่งห้อยมาเก็บเอาไว้ใต้หมอน นอนคืนนั้นจะฝันดี ฝันเห็นดวงดาวมากมาย ฝันเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ฝันแสนสวยงาม
และในคืนนั้น เด็กน้อยแอบชวนเพื่อนๆเข้าไปในสวนเพื่อจะตามหากุญแจสำคัญที่จะไขความลับเข้าไปสู่โลกของความฝันอันสวยงาม เด็กน้อยกำลังจะเดินทางไปตามหา หิ่งห้อย
“เห้ยไอ้น้อย นี่จะชวนชั้นมาจับหิ่งห้อยหรือมาจับยุงกันแน่เนี่ย”
“เห้ออ นั่นน่ะสิ เดินเข้ามาในสวนตั้งนานแล้วน่ะยังไม่เห็นหิ่งห้อยเลยสักกะตัวนึง”
“ก็ชั้นกำลังตามหาต้นลำภูอยู่อ่ะเห็นเค้าบอกว่าที่ไหนมีต้นลำภูที่นั่นจะมีหิ่งห้อยน่ะ”
“ไหนล่ะต้นลำภู เนี่ยมีแต่ต้นพลูอ่ะ”
“ไม่เป็นไร ไปหาต้นลำภูที่บางลำภูก็ได้”
“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ไหนๆเราก็มาแล้ว ฉันเก็บใบพลูไปฝากคุณยายที่บ้านก็ได้น่ะ”
หลังจากนั้นเด็กน้อยก็เด็ดใบพลู โดยเลือกใบที่ไม่อ่อนเกินไปแล้วก็ไม่แข็งเกินไปใส่กระเป๋า แต่ในทันใดนั้น
“เห้ยไอ้น้อย ช่วยด้วย ตัวอะไรไม่รู้อ่ะ เกาะที่หลังฉันอ่ะ”
“ไหนๆ หูวว ต้องเป็นหิ่งห้อยแน่ๆเลย”
“อื้มมม ไม่น่าจะใช่น่ะ หิ่งห้อยต้องมีปีก แต่นี่มันไม่มีปีกอ่ะ”
“แล้วมันตัวอะไรอ่ะ”
“โห นี่มันแมลงนี่”
“มีแปดขาด้วยอ่ะ”
อ๋อ…แมงมุม
หลังจากเด็กๆแกะแมงมุมออกจากหลังแล้ว ทั้งหมดก็เดินทางกันต่อไป
“เห้ย ไอ้น้อย นี่มันตัวอะไรอีกอ่ะ ตัวใหญ่เบอเริ่มเลย มีแสงด้วยอ่ะ”
“เออ นั่นดิ นั่นไงมีไฟกระพริบด้วย แต่แปลกๆน่ะ ทำไมแสงมันกระพริบช้าจังอ่ะ แล้วทำไมตัวมันโตอย่างนี้อ่ะ”
“หรือว่าจะเป็น กระ กระ กระสือออ”
เด็กน้อยพยายามเพ่งตาดูแสงนั้น
“อ้าว นั่นมันไม่ใช่อ่ะ นั่นมันแสงตะเกียงส่องกบของลุงเจิมนี่ เห้ออ”
ในที่สุดเด็กๆก็เดินทางมาถึงริมหนองน้ำท้ายสวน เด็กน้อยมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนึง
“ไม่เห็นจะมีหิ่งห้อยเลย”
“นั่นน่ะดิ ฝนก็เพิ่งหยุดตกอย่างนี้ จะมีแมลงที่ไหนบินออกมาเล่า ใช่ม่าาา”
เด้กน้อยพยายามจะมองไปจนทั่ว แต่ก็มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากความมืด
“เห้ยน้อย กลับกันเถอะ เราเข้ามาในสวนตั้งนานแล้วอ่ะ เดี๋ยวข้ากลับไปโดนแม่ตีอ่ะ”
“ใช่ กลับกันเถอะ แถวนี้ไม่มีหิ่งห้อยหรอก”
“อื้ม ก็ได้ กลับก็กลับ”
ในขณะที่เด็กๆกำลังจะเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านกันนั้น แล้วทันใดนั้นเอง
“เห้ย ไอ้น้อยย”
“อะไรหรออ ครั้งนี้อะไรอีกล่ะ”
“แกดูก่อนสิ ข้างหลังแกอ่าา”
“เห้ย แกอย่าทำอย่างนี้สิ แกก็รู้ว่าฉันยิ่งกลัวๆอยู่ด้วยอ่ะ”
“แต่ว่า มันมาแล้วอ่ะ”
เพื่อนของเด็ก ต่างก็ชี้ไปยังด้านหลังของน้อย
“แกอย่าบอกน่ะว่าแกเห็น ผ ผ ผ”
เพื่อนของเด็กน้อยพยักหน้า น้อยจึงค่อยๆหันไปช้าๆ แล้วเด็กน้อยก็มองต้นลำภูอย่างตะลึง
รุ่งเช้า คุณยายก็แกล้งเข้ามาถามเด็กน้อยว่า
“เป็นยังไงบ้าง เมื่อคืนนอนหลับฝันสนุกละสิ”
เด็กน้อยแคะขี้ตา แล้วก็ลองทบทวนถึงเรื่องเมื่อคืน เอ๊ะ นอกจากจะเดินย่ำโคลนทั้งคืนแล้วก็ไม่เห็นฝันอะไรอีกเลย แต่แล้วเด็กน้อยก็นึกขึ้นมาได้
“อะใช่แล้ว ความฝัน”
เด็กน้อยรีบพลิกหมอนเพื่อจะดูว่ากล่องใส่หิ่งห้อยใต้หมอนยังอยู่ดีไหม
“ยาย กล่องไปไหนแล้วอ่ะยาย หรือว่ามันโดนทับจนเละหมดแล้วอ่าา”
ยายหันมามองเด็กน้อยแล้วตอบว่า
“ไม่ใช่หรอกหลานเอ้ย นั่นมันหมอนยาย”
เด็กน้อยหน้าเจื่อน ก็เลยหันไปมองหมอนตัวเอง แล้วหยิบกล่องน้อยๆใต้หมอนออกมาเปิดดู แต่เอ๊ะ มันเป็นเพียงแค่แมลงเล็กๆธรรมดาๆเท่านั้นเอง
“น่าเกลียดจังเลยอ่ะยาย ดูท้องมันสิ ขาวอย่างกับตัวหนอนอ่ะ แล้วตูดหิ่งห้อยมันต้องมีแสงสิยาย”
เด็กน้อยผิดหวัง ยายก็เลยเข้ามาลูบหัวปลอบโยนว่า
“หลานเอ้ย ธรรมชาติเนี่ย เป็นความงามที่งามที่สุดแล้ว ถ้าเจ้าอยากเห็นความงามของธรรมชาติ อย่าไปขังมันสิลูก”
เด็กน้อยเข้ามากอดคุณยาย แล้วหยิบใบพลูที่เด็ดมาออกจากกระเป๋า ยายยิ้ม กินหมากหนึ่งคำ ส่ายหัว แล้วก็ร้องเพลง
ลัลล้าๆๆๆๆๆ
หลังจากนั้นเด็กน้อยก็กลับมาที่ต้นลำภูท้ายสวนริมหนองน้ำอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้เขามาเพียงลำพัง เขาไม่กลัวแมงมุม ไม่กลัวแม้กระทั่งผีกระสืออีกต่อไปแล้ว เขาบรรจงหยิบกล่องใบน้อยที่ใส่หิ่งห้อย เปิดออกด้วยหัวใจที่พองโต
คืนนั้นเด็กน้อยนอนหลับสบาย ฝันเห็นเจ้าชาย เจ้าหญิง ยืนอย่าสง่างามและส่งยิ้มมาให้เค้า ฝันเห็นคุณยายมีกองใบพลูมากมาย กองเท่าภูเขา มากพอสำหรับที่จะกินหมาก มากพอที่จะแบ่งแจกจ่ายให้กับคุณยายทั่วทั้งโลก แล้วคุณยายก็ชวนคุณยายทั้งโลกขึ้นไปบนกองใบพลูตั้งกลุ่ม up หมาก ส่ายหัว ร้องเพลง สอนลูกสอนหลานไปตลอดกาล